คดีทุรเวชปฏิบัติ หรือ คดีความรับผิดทางการแพทย์ (Medical liability) เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับ แพทย์, บุคลากรทางการแพทย์ และ โรงพยาบาล ที่ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดกับผู้ป่วยอันส่งผล ต่อร่างกายหรือจิตใจของผู้ป่วย และทำให้ผู้ป่วยได้รับความเสียหาย โดยเนื้อหาของคดีส่วนใหญ่ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้นจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของคดีแพ่ง ในเรื่อง “ละเมิด” ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์มาตรา 420 กล่าวคือ มีการกระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อต่อผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย อันทำให้เสียหายถึงชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอื่นใด โดยผู้กระทำละเมิดต้องชดใช้ ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำดังกล่าว โดยการกระทำที่มักถูกพบจากคดีทุรเวชปฏิบัติจะเกิดขึ้นได้จาก 2 กรณีหลักๆ ได้แก่ การวินิจฉัยโรคที่ผิดพลาด และ การวางแผนการรักษาที่ไม่ถูกต้องตามหลักทางวิชาการ
โดยเนื้อหาของคดีประเภทนี้ไม่มีความแตกต่างจาก คดีแพ่ง (ละเมิด) ทั่วไป แต่เนื่องจาก เป็นคดีที่มีการพิพาทกันระหว่าง ผู้ป่วย (ผู้ถูกทำละเมิด) กับ แพทย์ (ผู้ทำละเมิด) และ โรงพยาบาล (นายจ้างของแพทย์/ตัวการของแพทย์ ) ซึ่งประธานศาลอุทธรณ์ได้มีแนวของคำวินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานอยู่ว่า “โรงพยาบาลมีวัตถุประสงค์ในการให้บริการผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ โดยเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล เป็นการตอบแทน” ทำให้โรงพยาบาลอยู่สถานะของผู้ให้บริการและเป็นผู้ประกอบธุรกิจโดยมีผู้ป่วยเป็นผู้รับบริการ และเป็นผู้บริโภค จึงมีลักษณะเป็น “คดีผู้บริโภค” ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 ส่งผลให้เมื่อผู้ป่วยนำคดีมายื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเรียกค่าเสียหายอันพอสมควรย่อมได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ในการดำเนินกระบวนพิจารณา และถ้าได้ความว่าผู้ประกอบธุรกิจกระทำโดยเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ศาลสามารถพิพากษาโดยกำหนดค่าเสียหายในเชิงลงโทษในจำนวนสองเท่าแก่ผู้ประกอบการได้อีกด้วย
หากตัวคุณ หรือ คนใกล้ตัวของคุณ เข้ารับการรักษาอาการเจ็บป่วย กับแพทย์และโรงพยาบาลแต่เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่แพทย์และโรงพยาบาล ไม่ให้ข้อมูลที่ชัดเจนกับผู้ป่วยหรือญาติ , ปฏิเสธการชี้แจงภาวะของโรคให้ผู้ป่วย หรือญาติได้เข้าใจอย่างถูกต้อง ประการสำคัญคือเมื่อผลการรักษาไม่เป็นไปตามที่แพทย์แจ้งกับผู้ป่วยหรือญาติ ก่อนทำการรักษา กลับบ่ายเบี่ยงที่จะชี้แจง นั้นเป็นสัญญาณว่าคดีทุรเวชปฏิบัติกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า สิ่งที่คุณควรทำเพื่อรักษาสิทธิของตนเองคือ
กรณีเสียชีวิต: ค่ารักษาพยาบาลที่ได้จ่ายไป (กรณีไม่ได้เสียชีวิตในทันที), ค่าปลงศพ , ค่าขาดไร้อุปการะ เป็นต้น
-กรณีไม่เสียชีวิต : ค่ารักษาพยาบาล, ค่าเสียความสามารถในการประกอบการงาน, ค่าเจ็บปวดทุกข์ทรมาน เป็นต้น