การติดตามเร่งรัดหนี้สินและเรียกเก็บลูกหนี้การค้าในประเทศไทย
ถ้าจัดให้มีทางเลือกซึ่งรวมถึงการฟ้องร้อง
จะช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจให้น้อยที่สุดได้

ติดต่อสอบถาม

เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ

ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น

0120-529-006

ติดต่อจากภายในประเทศไทย

+662-254-5788

การติดตามเร่งรัดหนี้สินและเรียกเก็บลูกหนี้การค้าในประเทศไทย
กรณีตัวอย่างการแก้ไขปัญหา

กรณีที่สามารถติดตามหนี้จนคืนได้สำเร็จ โดยมีการผสมผสานวิธีการทั้งอนุญาโตตุลาการ การเรียกเก็บแบบให้ผ่อนชำระ และการฟ้องร้องเป็นคดีอาญาเป็นขั้นตอน (ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง / บริษัทญี่ปุ่น)

บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ประสบปัญหาลูกหนี้การค้าที่บริษัทไทยค้างชำระมาอย่างต่อเนื่อง จนยอดหนี้ค้างชำระเกินกว่า 1 ล้านบาท เราเริ่มต้นจากการติดตามทวงถามและเจรจา ก่อนดำเนินการทำข้อตกลงผ่อนชำระผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการ (THAC) โดยใช้ “เช็คจ่ายล่วงหน้า” ให้เป็นประโยชน์ เพื่อให้แผนการชำระหนี้สามารถบริหารจัดการได้จริง ไม่ใช่เพียงคำสัญญาเท่านั้น

เมื่อเกิดกรณีเช็คเด้งบางส่วน เราได้ดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คของประเทศไทยโดยทันที และใช้กระบวนการทางอาญาเป็นเพื่อให้แรงกดดันในการเจรจาใหม่ จนนำไปสู่การติดตามหนี้คืนได้สำเร็จ

แนวทางที่ปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างยืดหยุ่น ตั้งแต่การเจรจา → อนุญาโตตุลาการ → ดำเนินคดีอาญา ตามสถานการณ์จริง คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จ

กรณีหนี้ค้างชำระมูลค่าสูง ซึ่งเริ่มจากการทวงถามและเจรจาก่อนฟ้อง และใช้เช็คจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นประกันการชำระ จนนำไปสู่การติดตามหนี้คืนได้สำเร็จ (บริษัทดำเนินธุรกิจการค้าครบวงจร / บริษัทญี่ปุ่น)

บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งมีลูกหนี้ค้างชำระจากบริษัทไทยสูงเกิน กว่า 10 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการผิดนัดชำระเงิน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ข้อพิพาทยืดเยื้อเป็นระยะยาว เราเริ่มจากการติดตามทวงถามและเจรจาในนามของทนายความ พร้อมกำหนดเงื่อนไขการชำระเงินอย่างมีรูปธรรม

เพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ เราได้ออกแบบแผนการชำระเงินโดยนำ “เช็คจ่ายล่วงหน้า” มาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในทางปฏิบัติด้านการติดตามหนี้ในประเทศไทย เนื่องจากหากเกิดกรณีเช็คเด้ง ก็สามารถต่อยอดไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายขั้นต่อไปได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสร้างแรงกดดันในเชิงจิตวิทยาต่อฝ่ายลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลที่ได้มา คือ สามารถติดตามหนี้คืนได้อย่างราบรื่นผ่านการทวงถามและเจรจา โดยไม่จำเป็นให้เรื่องไปถึงศาล

เหตุใดการตัดสินใจ “ฟ้องศาล” จึงมักล่าช้า

ในการติดตามเรียกเก็บหนี้ในประเทศไทย มีบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากมักมองว่า “การฟ้องร้องต่อศาลเป็นทางเลือกสุดท้าย” จึงมีแนวโน้มที่จะเลื่อนการตัดสินใจฟ้องศาลออกไป อย่างไรก็ตาม หากนั่งรอดูสถานการณ์ก็จะทำให้ทรัพย์สินของลูกหนี้อาจลดลงเรื่อย ๆ และทำให้โอกาสในการติดตามหนี้คืนลดลงได้
ในบางกรณี ความล่าช้าในการตัดสินใจฟ้องร้องอาจนำไปสู่ผลเสียอย่างร้ายแรง การตัดสินใจอย่างรวดเร็วเพื่อดำเนินมาตรการทางกฎหมายในจังหวะที่เหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามหนี้ในประเทศไทย

สาเหตุหลักที่ทำให้การตัดสินใจฟ้องร้องล่าช้า

  • กังวลว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับคู่ค้าจะแย่ลง จึงลังเลที่จะดำเนินมาตรการที่เข้มงวด
  • เชื่อคำอธิบายของคู่กรณีที่บอกว่า “เดี๋ยวจะชำระ” ได้ง่ายเกินไป
  • ใช้มุมมองการติดตามทวงถามหนี้แบบในญี่ปุ่น และคิดว่าหากให้เวลาก็จะสามารถยุติปัญหาได้
  • ไม่เข้าใจระบบของการฟ้องร้องและแนวปฏิบัติของศาลไทย จึงไม่สามารถสร้างหลักเกณฑ์ในการตัดสินใจและเลื่อนการตัดสินใจออกไป
  • เข้าใจผิดว่าการเข้าสู่การฟ้องร้องมีต้นทุนและขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก
  • ปล่อยให้พนักงานของบริษัทในไทยจัดการทั้งหมด จึงไม่สามารถรับรู้ถึงสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง

ยิ่งเป็นการตัดสินใจ “ไม่ฟ้องร้อง”
ยิ่งจำเป็นต้องมีมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

ในการติดตามทวงถามหนี้ในประเทศไทย การเลื่อนการตัดสินใจฟ้องร้องออกไปนั้น ถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก “ไม่เลือกฟ้องร้อง” ซึ่งเป็นการตัดสินใจอย่างมีสาระสำคัญ ก็ควรได้รับคำแนะนำจากทนายความที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในระบบกฎหมายของไทยและการปฏิบัติงานด้านการติดตามมวงถามหนี้
หากเลือกใช้ท่าที “รอดูไปก่อน” อย่างง่ายดาย ก็อาจยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ไม่สามารถเรียกเก็บหนี้คืนได้ ในทางปฏิบัติ ควรมองการฟ้องร้องว่าเป็น “ไพ่สำคัญ” ในการเจรจาติดตามหนี้ และพิจารณามาตรการเรียกเก็บหนี้ด้วย การตัดสินใจเกี่ยวกับการฟ้องร้องที่ถูกต้องเหมาะสม จำเป็นต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางด้านกฎหมายในประเทศไทย

ติดต่อสอบถาม

เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ

ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น

0120-529-006

ติดต่อจากภายในประเทศไทย

+662-254-5788

ในกรณีเช่นนี้ จำเป็นต้องพิจารณาการฟ้องร้องด้วย

  • เกินกำหนดชำระแล้ว แต่ยังไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลจากลูกหนี้
  • ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการผ่อนชำระหรือการขอขยายเวลาชำระ
  • เริ่มไม่สามารถติดต่ออีกฝ่ายได้
  • พบสัญญาณว่าสถานะทางการเงินของอีกฝ่ายกำลังแย่ลง
  • ไม่เห็นความจริงใจในการเจรจา

ในช่วงที่รู้สึกว่า “ยังเร็วเกินไปที่จะฟ้องศาล” นั่นเอง
คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการพิจารณา

ในหลายกรณี ระหว่างที่เจ้าหนี้ยังคงรอดูสถานการณ์อย่างเงียบ เพราะคิดว่า “ยังเร็วเกินไปที่จะฟ้องร้อง” มีไม่น้อยที่ลูกหนี้กำลังวางแผนซ่อนหรือจำหน่ายทรัพย์สินอยู่แล้ว เมื่อถึงจุดที่คิดว่า “ถึงเวลาต้องฟ้องแล้ว” ก็อาจสายเกินไปจนไม่สามารถติดตามเรียกเก็บหนี้คืนได้ แม้อาจรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา แต่การพิจารณาว่าจะฟ้องร้องหรือไม่นั้น ควรตัดสินใจตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญ
ในทางปฏิบัติด้านการติดตามหนี้ในประเทศไทย การฟ้องร้องต่อศาลยังเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการเตรียมไพ่ในการต่อรอง เช่น การคุ้มครองชั่วคราวหรือการดำเนินคดีอาญา ก่อนที่จะสายเกินแก้ ควรพิจารณาการฟ้องร้อง เพื่อเป็น “ทางเลือกเชิงรุก” เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดตามหนี้คืนให้สำเร็จนั้นเป็นจริง

ข้อดีของการให้ทนายความดำเนินการด้านคดีความ

สามารถตัดสินใจใน “จังหวะเวลาที่เหมาะสม” ในการดำเนินคดีได้

ข้อดีที่สำคัญที่สุดของการมอบหมายให้ทนายความจัดการ คือสามารถพิจารณาจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการดำเนินคดี โดยพิจารณาถึงเหตุการณ์ของแต่ละกรณี ในการติดตามเรียกเก็บหนี้ การตัดสินใจฟ้องร้องที่ล่าช้าอาจทำให้ทรัพย์สินของลูกหนี้มีการกระจายไป และนำไปสู่ความเสี่ยงร้ายแรงที่ไม่สามารถติดตามหนี้มาคืนได้
หากเริ่มเตรียมการฟ้องร้องในช่วงเวลาที่เหมาะสม ก็ยังเป็นการแสดงให้ลูกหนี้เห็นว่า เจ้าหนี้อย่างเราจะเอาจริงได้อีกด้วย การให้ทนายความที่มีความเชี่ยวชาญดูแล จะช่วยให้สามารถกำหนดจังหวะการดำเนินคดีที่ดีที่สุด รวมถึงพิจารณาทางเลือกในการเจรจาเพื่อประนีประนอมนอกศาลไปควบคู่กันได้

การดำเนินการโดยคำนึงถึงการฟ้องร้อง จะช่วยเพิ่มอำนาจในการเจรจาและอัตราการได้รับคืนมากขึ้นด้วย

โดยเฉพาะในกรณีที่ลูกหนี้ยังคงดำเนินธุรกิจอยู่ การเจรจาโดยมีทนายความซึ่งพิจารณาการฟ้องร้องไปด้วย มักมีแนวโน้มที่จะช่วยให้คู่กรณีสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ง่ายขึ้น การที่ทนายความเข้ามามีบทบาท ทำให้ “การฟ้องร้อง” กลายเป็นไพ่สำหรับการเจรจาอย่างมีความเป็นจริงมากขึ้น และทำให้อีกฝ่ายต้องพิจารณาความเสี่ยงทางคดีอย่างจริงจัง
หากอีกฝ่ายยังดำเนินธุรกิจอยู่ ข้อเท็จจริงที่ถูกฟ้องร้องเรื่องการติดตามหนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทอย่างมาก ดังนั้น การที่มีทนายความดำเนินการเจรจาโดยมองถึงความเป็นไปได้ในการฟ้องร้อง จึงช่วยเพิ่มโอกาสในการยุติปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

สามารถดำเนินการได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดเตรียมพยานหลักฐานจนถึงการติดตามหนี้คืน

เมื่อถึงเวลาต้องดำเนินคดีจริง มักพบหลายกรณีที่พยานหลักฐานที่เหมาะสมไม่เพียงพอ ซึ่งการมีหรือไม่มีหลักฐานนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของคดี หากมีทนายความเข้ามาดูแล ก็จะสามารถช่วยจัดเตรียมและเรียบเรียงพยานหลักฐาน รวมถึงเก็บรวบรวมหลักฐานที่เหมาะสมต่อการฟ้องร้องในขณะที่อยู่ระหว่างกระบวนการเจรจาได้
ในทางกลับกัน หากเจรจาโดยไม่มีทนายความ อาจเผลอให้ข้อมูลหรือถ้อยคำที่กลายเป็นหลักฐานเสียเปรียบแก่คู่กรณีได้ ถ้าได้ให้ทนายความเข้ามาดูแล จะทำให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมหลักฐานสำหรับคดี การเจรจา ไปจนถึงการติดตามหนี้คืน

เหตุผลที่ลูกค้าเลือกเรา

อธิบาย ขั้นตอนและแนวโน้มของการดำเนินคดี ให้เข้าใจได้ง่าย

ในประเทศไทย ทนายความไทยที่ดูแลคดีความหรือการบังคับคดีเป็นส่วนใหญ่มักเป็นทนายความที่เชี่ยวชาญด้านว่าความมากกว่าทนายความที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจ อีกทั้งแม้จะเป็นทนายความผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทย ก็อาจไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายญี่ปุ่นมากนัก ทำให้การอธิบายแก่ลูกค้าชาวญี่ปุ่นอาจไม่เพียงพอ

ที่เอแอลจีเรามีความเชี่ยวชาญทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายญี่ปุ่น จึงสามารถอธิบายขั้นตอนทางกฎหมายในประเทศไทยที่ซับซ้อน รวมถึงแนวโน้มของคดีความ ให้เข้าใจได้ง่าย แม้จะเป็นการปฏิบัติงานตามระบบของไทย เราก็ให้คำอธิบายโดยคำนึงถึงมุมมองของบริษัทญี่ปุ่น พร้อมช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มของเหตุการณ์ในประเทศไทยให้แก่ลูกค้า

คำถามที่พบได้บ่อย

การฟ้องร้องเพื่อเรียกเก็บหนี้ในประเทศไทยมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่?

การฟ้องร้องถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ในประเทศไทยในระดับหนึ่ง แม้ว่าจะชนะคดีในศาล แต่หากคู่กรณีไม่มีทรัพย์สินพอที่จะสามารถบังคับคดีได้ การบังคับคดีก็อาจทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม หากมีการสืบสถานะทรัพย์สินล่วงหน้า ก็สามารถคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการบังคับคดีได้
นอกจากนี้ หากอีกฝ่ายยังคงดำเนินกิจการอยู่ การถูกฟ้องร้องย่อมสร้างแรงกดดันอย่างมาก จึงมีกรณีไม่น้อยที่สามารถนำไปสู่การเจรจาเพื่อประนีประนอมยอมความจนนำไปสู่การได้รับคืน อีกทั้งบริษัทไทยมีจำนวนไม่น้อยจะไม่ยอมเจรจาด้วย หากยังไม่มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ดังนั้น การฟ้องร้องจึงไม่ใช่เพียง “ทางเลือกสุดท้าย” เท่านั้น แต่ยังถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือในการเจรจาเพื่อให้อีกฝ่ายมาชำระหนี้อีกด้วย

หากบริษัทไทยกำลังจะล้มละลายยังสามารถดำเนินการติดตามหนี้ได้หรือไม่?

แม้ว่าสถานะทางการเงินของคู่กรณีจะเริ่มแย่ลง แต่หากดำเนินการตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็ยังเหลือมาตรการที่สามารถดำเนินการได้อยู่ ในสถานการณ์ที่ความเสี่ยงต่อการล้มละลายเริ่มชัดเจน จำเป็นต้องวางกลยุทธ์ที่ไม่เพียงการฟ้องร้องต่อศาลเท่านั้น แต่รวมถึงมาตรการคุ้มครองชั่วคราวและการอายัดสิทธิเรียกร้องต่อบุคคลที่สามด้วย
หากสามารถตรวจสอบฐานะทางการเงินและทรัพย์สินของลูกหนี้ได้อย่างถูกต้อง และเลือกใช้วิธีการที่มีโอกาสติดตามหนี้คืนได้สูง ถึงแม้จะไม่สามารถเรียกคืนได้เต็มจำนวนก็ตาม อาจนำไปสู่การเรียกคืนหนี้ได้บางส่วน

ฝั่งญี่ปุ่นควรเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารสำคัญที่ควรเตรียม ได้แก่ สัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบสั่งซื้อ ใบส่งมอบสินค้า รวมถึงอีเมลหรือข้อความแชทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถใช้เพื่อยืนยันรายละเอียดของการซื้อขายและลำดับเหตุการณ์ที่นำไปสู่การค้างชำระได้
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมีเอกสารครบถ้วนสมบูรณ์ทุกอย่างเสมอไป แม้เอกสารจะยังไม่เพียงพอ เราก็สามารถตรวจสอบรายละเอียดและจัดเตรียมพยานหลักฐานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของประเทศไทยได้ หากสามารถตรวจสอบเอกสารได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็จะช่วยให้สามารถกำหนดแนวทางที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการดำเนินการฟ้องคดีและการเจรจา

อาเซียนและสำนักงานในต่างประเทศ

Thailand(Bangkok)

Thailand(Bangkok)

Bangkok Office

246 Times Square building,
11 Floor, Room 11-04A, Sukhumvit Rd.,
Klongtoey, Klongtoey, Bangkok 10110

Vietnam(Hanoi)

Vietnam(Hanoi)

SB Law firm, LLC

3rd floor, Kinh Do Building,
292 Tay Son, Trung Liet ward,
Dong Da district, Hanoi

India(New Delhi)

India(New Delhi)

India Law Office

D-31, South Extension - I,
New Delhi - 110049

ญี่ปุ่น

Tokyo Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Tokyo Law Office

28F Shinjuku Square Tower,
6-22-1 Nishi-Shinjuku, Shinjuku-ku,
Tokyo 163-1128

Sapporo Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Sapporo Law Office

9F First Plaza Building,
1-4-2 Kita 6-jo Nishi, Kita-ku, Sapporo,
Hokkaido 060-0806

Utsunomiya Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Utsunomiya Law Office

9F Utsunomiya Daido Seimei Building,
4-1-18 Odori, Utsunomiya,
Tochigi 320-0811

Saitama Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Saitama Law Office

13F Sino Omiya North Wing,
1-10-16 Sakuragichou,
Omiya-ku, Saitama,
Saitama 330-0854

Chiba Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Chiba Law Office

9F Fujimoto Dai-ichi Seimei Building,
3-3-1 Chuo, Chuo-ku,Chiba,
Chiba 260-0013

Yokohama Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Yokohama Law Office

6F Kinko Building,
7-3 Kinko-machi,
Kanagawa-ku, Yokohama,
Kanagawa 221-0056

Nagoya Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Nagoya Law Office

4F & 10F Taiju Seimei Nagoya Building,
1-4-6 Nishiki,Naka-ku, Nagoya,
Aichi 460-0003

Osaka Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Osaka Law Office

Mataichi Building,
3-5-13 Kyutaromachi,Chuo-ku,Osaka,
Osaka 541-0056

Kobe Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Kobe Law Office

5F Imon Kobe Building,
95 Edomachi,Chuo-ku,Kobe,
Hyogo 650-0033

Himeji Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Himeji Law Office

Room 301,
Himeji Shirasagi Building,
3-12 Higashi Nobusue,Himeji,
Hyogo 670-0965

Hiroshima Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Hiroshima Law Office

MetLife Hiroshima Tatemachi
Building,
2-27 Tatemachi,Naka-ku,
Hiroshima-shi,Hiroshima 730-0032

Fukuoka Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Fukuoka Law Office

4F Across Fukuoka,
1-1-1 Tenjin,Chuo-ku,Fukuoka,
Fukuoka 810-0001