ปัญหาแรงงานของบริษัทญี่ปุ่น
ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
ทนายความที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน
พร้อมช่วยเหลือท่านอย่างเต็มที่

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวการเลิกจ้างพนักงาน ค่าทำงานล่วงเวลา หรือข้อพิพาทจากการลงโทษทางวินัย
การ “ไม่รู้” กฎหมายแรงงานของไทย อาจมีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ

ติดต่อสอบถาม

เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ

ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น

0120-529-006

ติดต่อจากภายในประเทศไทย

+662-254-5788

กรณีตัวอย่าง
การระงับข้อพิพาทแรงงาน

กรณีการเรียกร้องค่าล่วงเวลาที่ยังไม่ได้จ่าย

เป็นกรณีศึกษาที่คณะกรรมการสวัสดิการซึ่งประกอบด้วยลูกจ้าง ได้เรียกร้องค่าทำงานล่วงเวลาที่บริษัทยังไม่ได้จ่ายให้แก่ลูกจ้าง โดยย้อนหลังเป็นเวลา 5 ปี ในเคสนี้ บริษัทใช้ระบบค่าล่วงเวลาแบบเหมาจ่าย และไม่ได้มีการจ่ายค่าล่วงเวลาเพิ่มเติมมาเป็นเวลานาน

เอแอลจี ได้เข้าเป็นตัวแทนของลูกค้า โดยเริ่มการเจรจาโดยยึดประเด็นสำคัญ 3 ข้อดังต่อไปนี้เป็นแกนหลัก ผลที่ได้คือ สามารถตกลงกันได้ โดยลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายได้เป็นจำนวนมาก

  • อ้างอิงอายุความของสิทธิเรียกร้องในค่าจ้าง
    เพื่อลดระยะเวลาที่เรียกร้องได้เหลือเพียงย้อนหลัง 2 ปี
  • หักค่าทำงานล่วงเวลาในส่วนที่เท่ากับเบี้ยเลี้ยงค่าล่วงเวลาแบบเหมาจ่าย
  • ไม่นับชั่วโมงทำงานล่วงเวลาที่ไม่ได้รับอนุมัติจากหัวหน้างานหรือนายจ้า

หลังจากยุติข้อพิพาทแล้ว ยังได้ทำการปรับปรุงระเบียบค่าจ้างและทบทวนระบบกำกับเวลาการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก

ข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลิกจ้างลูกจ้างระดับในบริษัทที่ประกอบกิจการให้บริการสัญชาติญี่ปุ่น

เป็นกรณีศึกษาที่ผู้บริหารของบริษัทซึ่งประกอบกิจการให้บริการของสัญชาติญี่ปุ่น ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน โดยอ้างว่าการเลิกจ้างทางวินัยนั้นเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ในคดีนี้ ประเด็นข้อพิพาทอยู่ที่ความสมเหตุสมผลของเหตุผลของการเลิกจ้าง และความเหมาะสมของการสอบสวนภายในบริษัท

ในการพิจารณาคดีแรงงานที่ประเทศไทยนั้น ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแต่เหตุผลในการเลิกจ้างเท่านั้น แต่จะให้ความสำคัญกับความถูกต้องเหมาะสมของกระบวนการด้วย เช่น การสอบสวนภายในและการเปิดโอกาสให้ลูกจ้างชี้แจง เป็นต้น

ทีมทนายของเอแอลจี ได้เรียงลำดับเหตุการณ์ของกระบวนการเลิกจ้าง และได้ตรวจสอบหนังสือเตือน บันทึกการประเมินผลงานและบันทึกการสอบสวนอย่างละเอียด

นอกจากนี้ ยังได้วางกลยุทธ์การแก้ไขข้อพิพาทโดยพิจารณาถึงแนวทางในการดำเนินคดีในศาล และดำเนินการเจรจาเพื่อประนีประนอมยอมความ

ผลที่ได้ คือ สามารถบรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาทได้อย่างรวดเร็วภายใต้เงื่อนไขที่สมเหตุสมผลสำหรับบริษัท และลดผลกระทบต่อการดำเนินกิจการให้น้อยที่สุด

ข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินชดเชยกรณีเลิกจ้างในบริษัทที่ประกอบธุรกิจ IT

เป็นกรณีที่พนักงานของบริษัทที่ประกอบธุรกิจ IT ได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อเรียกร้องเงินชดเชยกรณีเลิกจ้างเพิ่มเติมในขณะลาออกจากงาน ในคดีนี้ ประเด็นข้อพิพาทอยู่ที่วิธีการคำนวณค่าชดเชยการเลิกจ้าง

เงินชดเชยกรณีเลิกจ้างของไทยมีลักษณะใกล้เคียงกับเงินชดเชยการบอกเลิกจ้างของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายของไทยมีวิธีนับอายุงานและการคำนวณค่าจ้างที่แตกต่างจากญี่ปุ่น จึงจำเป็นต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายไทย

เราทำการตรวจสอบสัญญาจ้างงานและโครงสร้างเงินเดือนอย่างละเอียด จนกระทั่งได้ชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จำนวนเงินที่บริษัทจ่ายนั้นเป็นจำนวนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานของไทย

ผลที่ได้ คือ สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม จนถึงนำไปสู่การยุติข้อพิพาทได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโดยไม่ต้องนำคดีเข้าสู่การกระบวนการของศาล

การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากอันเนื่องมาจากการถอนตัวจากธุรกิจ

เป็นกรณีตัวอย่างที่ให้การช่วยเหลือบริษัทที่ได้ตัดสินใจถอนตัวจากธุรกิจในด้านการเลิกจ้างลูกจ้างจำนวนมาก

การเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากนั้น ถือเป็นการจัดการด้านแรงงานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่ง การเลิกจ้างนั้น จำเป็นต้องทำการหลายๆ อย่างพร้อมกันทั้งชี้แจงต่อลูกจ้าง การจัดทำเอกสาร และการคำนวณเงินชดเชยต่างๆ พร้อมๆ กัน หากดำเนินการผิดพลาด อาจนำไปสู่การฟ้องร้องคดีในศาลแรงงานหรือการร้องเรียนต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้

ทีมทนายของเอแอลจีได้ให้การช่วยเหลือกระบวนการทั้งหมดแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนกำหนดการ การจัดทำหนังสือแจ้งและข้อตกลง การคำนวณเงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง การเจรจาเงินชดเชยพิเศษ ตลอดจนการชี้แจงและตอบข้อซักถามต่าง ๆ

ผลที่ได้ คือ บริษัทสามารถดำเนินการเลิกจ้างได้โดยทำข้อตกลงกันอย่างเหมาะสมจากพนักงาน และสามารถยุติเรื่องได้ด้วยดีโดยไม่เกิดข้อพิพาทหรือการขัดแย้งทางกฎหมาย

การรับมือกับการเรียกร้องค่าล่วงเวลาที่ยังไม่ได้จ่าย

เป็นกรณีตัวอย่างที่คณะกรรมการสวัสดิการซึ่งประกอบด้วยลูกจ้าง ได้เรียกร้องค่าล่วงเวลาที่ยังไม่ได้จ่ายย้อนหลังเป็นเวลา 5 ปี ในกรณีนี้ บริษัทใช้ระบบค่าล่วงเวลาแบบเหมาจ่าย และไม่ได้มีการจ่ายค่าล่วงเวลาเพิ่มเติมมาเป็นเวลานานหลายปี

ทีมทนายของเอแอลจี ได้เข้าเป็นตัวแทนของลูกค้า โดยเริ่มการเจรจาโดยยึดประเด็นสำคัญ 3 ข้อดังต่อไปนี้เป็นแกนหลัก ผลที่ได้คือ สามารถตกลงกันได้ โดยลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายได้เป็นจำนวนมาก

  • ได้อ้างอิงอายุความของสิทธิเรียกร้องในค่าจ้าง
    เพื่อลดระยะเวลาที่เรียกร้องได้เหลือเพียงย้อนหลัง 2 ปี
  • หักค่าล่วงเวลาในส่วนที่รวมอยู่ในเบี้ยเลี้ยงค่าล่วงเวลาแบบเหมาจ่าย
  • ไม่นับชั่วโมงทำงานล่วงเวลาที่ไม่ได้รับอนุมัติจากหัวหน้างานหรือนายจ้าง

หลังจากยุติข้อพิพาทแล้ว ยังได้มีการปรับปรุงระเบียบค่าจ้างและทบทวนระบบการจัดการเวลาการทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก

คุณกำลังกังวลกับปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่?

  • กังวลเพราะได้ยินมาว่าไม่สามารถเลิกจ้างพนักงานได้ง่าย ๆ
  • ได้ยินมาว่าศาลแรงงานของไทย มักพิจารณาแบบเข้าข้างลูกจ้างชาวไทย ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงสูงที่จะแพ้คดี
  • ถูกอดีตพนักงานที่ลาออกเองยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน โดยอ้างว่าถูกบีบบังคับให้ลาออก
  • จู่ ๆ ก็ได้รับหมายเรียกจากกรมแรงงาน หรือถูกฟ้องต่อศาลแรงงาน
  • ไม่รู้วิธีคำนวณเงินชดเชยและค่าชดเชยการเลิกจ้างที่ถูกต้องนั้น ต้องทำอย่างไร
  • กังวลว่าถ้าหากว่ากล่าวพนักงานที่มีปัญหาแล้ว อาจถูกกล่าวหาว่าเป็นการคุกคามลูกจ้าง
  • ไม่รู้ขั้นตอนการเลิกจ้างที่ถูกต้อง

หากดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาด้านแรงงานกับพนักงานชาวไทยด้วย “แนวทางเดียวกับญี่ปุ่น”
อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับบริษัท

ในประเทศไทย ระเบียบเกี่ยวกับการเลิกจ้าง เงินชดเชย และข้อกำหนดในขั้นตอนต่าง ๆ มีหลายส่วนที่แตกต่างจากระบบของญี่ปุ่น ดังนั้น หากดำเนินการด้วยแนวคิดเดียวกับที่ใช้ในญี่ปุ่น อาจนำไปสู่ความเสี่ยงหลายประการได้

อาจมีความเสี่ยง เช่น การต้องจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวนสูง การถูกสำนักงานแรงงานหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาแทรกแซง หรือแม้กระทั่งการพัฒนาไปสู่การฟ้องคดีแรงงาน ดังนั้น การดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศนั้นๆ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเกิดปัญหาด้านแรงงานกับพนักงานชาวไทย จำเป็นต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงธรรมเนียมปฏิบัติในประเทศไทยควบคู่กันไปด้วย

ติดต่อสอบถาม

เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ

ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น

0120-529-006

ติดต่อจากภายในประเทศไทย

+662-254-5788

ความเสี่ยงจากการปล่อยปละละเลยปัญหาแรงงานในประเทศไทย

  • ค่าชดเชยกรณีเลิกจ้างมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นตามระยะเวลาทำงานที่ยาวนานขึ้น
  • จำนวนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเพิ่มสูงขึ้นตามอายุงานที่ยาวนานขึ้น
  • หากดำเนินการกับสำนักงานแรงงานที่ไม่ถูกต้องอาจถูกสั่งแก้ไขหรือถูกดำเนินการตามมาตรการทางปกครอง
  • ส่งผลกระทบเชิงลบต่อพนักงานคนอื่น ๆ
  • การยังคงจ่ายค่าจ้างให้พนักงานที่มีปัญหาอาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัท
  • เนื่องจากระบบกฎหมายแตกต่างกันจึงทำให้การรายงานและอธิบายต่อสำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่นเป็นไปด้วยยากลำบาก

ความแตกต่างของกฎหมายแรงงานระหว่างญี่ปุ่นและประเทศไทย

ประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยมีแนวคิดด้านกฎหมายแรงงานและกรอบของการระงับข้อพิพาทที่แตกต่างกัน ซึ่งในญี่ปุ่น จะพิจารณาถึงผลของการเลิกจ้างอย่างเข้มงวดโดยอ้างอิงแนวคำพิพากษา แต่ในประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับขั้นตอนตามกฎหมาย เช่น การจ่ายค่าชดเชยกรณีเลิกจ้างและการออกหนังสือบอกกล่าวเลิกจ้าง

นอกจากนี้ ระยะเวลาทดลองงาน มาตรการทางวินัย และแนวทางการดำเนินงานของศาลแรงงานก็แตกต่างกัน ดังนั้น หากใช้แนวทางเดียวกับในญี่ปุ่น อาจนำไปสู่ความเสี่ยงได้

เราได้สรุปความแตกต่างของกฎหมายแรงงานระหว่างญี่ปุ่นและประเทศไทยไว้ในตารางด้านล่าง กรุณาตรวจสอบรายละเอียด

ญี่ปุ่น
ไทย
ความยาก-ง่ายในการเลิกจ้าง
สูง
ต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย
การเลิกจ้างทันที
สามารถทำได้
แต่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ซึ่งมากกว่า 30 วันขึ้นไป
สามารถทำได้
แต่อาจมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินชดเชย ซึ่งวิธีคำนวณจะแตกต่างจากญี่ปุ่น
เงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง
ไม่มี
มี
การเลิกจ้างเนื่องจากความผิดร้ายแรง
ให้เป็นไปตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
เป็นไปตามเหตุซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมาย
การแทรกแซงของสำนักงานแรงงาน
มีอย่างจำกัด
ส่วนมากจะเข้าสู่ระบบพิจารณาข้อพิพาทของศาล
มีบทบาทสูงมาก
มีขั้นตอนเกี่ยวกับการตรวจสอบและคำสั่งให้จ่ายโดยพนักงานตรวจแรงงาน
ศาลแรงงาน
ในชั้นต้น ส่วนมากจะได้ระงับข้อพิพาทด้วยการเข้าสู่ระบบพิจารณาข้อพิพาทของศาล
ในชั้นต้น จะระงับข้อพิพาทที่ศาลแรงงาน
ไม่มีค่าธรรมเนียมศาล จึงทำให้ลูกจ้างฟ้องคดีแรงงานได้ง่าย
ญี่ปุ่น
ความยาก-ง่ายในการเลิกจ้าง
สูง
การเลิกจ้างทันที
สามารถทำได้
แต่นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ซึ่งมากกว่า 30 วันขึ้นไป
เงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง
ไม่มี
การเลิกจ้างเนื่องจากความผิดร้ายแรง
ให้เป็นไปตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
การแทรกแซงของสำนักงานแรงงาน
มีอย่างจำกัด
ส่วนมากจะเข้าสู่ระบบพิจารณาข้อพิพาทของศาล
ศาลแรงงาน
ในชั้นต้น ส่วนมากจะได้ระงับข้อพิพาทด้วยการเข้าสู่ระบบพิจารณาข้อพิพาทของศาล
ไทย
ความยาก-ง่ายในการเลิกจ้าง
ต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย
การเลิกจ้างทันที
สามารถทำได้
แต่อาจมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินชดเชย ซึ่งวิธีคำนวณจะแตกต่างจากญี่ปุ่น
เงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง
มี
การเลิกจ้างเนื่องจากความผิดร้ายแรง
เป็นไปตามเหตุซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมาย
การแทรกแซงของสำนักงานแรงงาน
มีบทบาทสูงมาก
มีขั้นตอนเกี่ยวกับการตรวจสอบและคำสั่งให้จ่ายโดยพนักงานตรวจแรงงาน
ศาลแรงงาน
ในชั้นต้น จะระงับข้อพิพาทที่ศาลแรงงาน
ไม่มีค่าธรรมเนียมศาล จึงทำให้ลูกจ้างฟ้องคดีแรงงานได้ง่าย

พวกเราเอแอลจี มีสำนักงานสาขาอยู่ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยด้วย และมีประสบการณ์ในการให้การสนับสนุนบริษัทญี่ปุ่นที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยเป็นจำนวนมาก โดยให้บริการบนพื้นฐานของกฎหมายแรงงาน แนวปฏิบัติ และวัฒนธรรมของประเทศไทย

  • การเลิกจ้างและการลาออกโดยสมัครใจของพนักงานชาวไทย
  • ข้อพิพาทเกี่ยวกับการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและเงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง
  • การรับมือเมื่อถูกฟ้องร้องคดีต่อศาลแรงงาน
  • ปัญหาค่าล่วงเวลาและค่าจ้างค้างชำระ
  • การจัดทำและทบทวนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและระเบียบต่าง ๆ
  • การติดต่อประสานงานกับสำนักงานแรงงานและการรับมือคำสั่งให้แก้ไขปรับปรุง
  • การสอบสวนกรณีคุกคามในที่ทำงานและกระบวนการลงโทษทางวินัย
  • การรับมือการนัดหยุดงานและการเจรจาต่อรองกลุ่ม
  • การจัดทำเอกสารชี้แจงสำหรับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น

เหตุผลที่ลูกค้าเลือกเรา

Reason ――― 01

เอแอลจี มีสำนักงานทั้งในและต่างประเทศรวม 13 แห่ง และมีเครือข่ายสำนักงานกฎหมายพันธมิตรในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก เอแอลจี จึงสามารถให้ความช่วยเหลือในระดับสากลได้

ในประเทศไทย ลูกจ้างสามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้ค่อนข้างง่าย ดังนั้นบริษัทญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับขั้นตอนและหลักฐานต่าง ๆ ในการดำเนินงานในประจำวัน และปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของไทยอย่างเคร่งครัด

แต่ในทางกลับกัน หากท่านกังวลเรื่องความเสี่ยงในการเลิกจ้างมากเกินไปจนชะลอการปรับโครงสร้างบุคลากร ก็อาจส่งผลเสียต่อการบริหารธุรกิจได้เช่นกัน

เอแอลจี มีทนายความที่มีประสบการณ์ด้านคดีแรงงานในประเทศไทย ซึ่งจะคอยให้การช่วยเหลือเกี่ยวกับดำเนินขั้นตอนทางกฎหมาย เช่น การเลิกจ้าง

เราช่วยประเมินความเสี่ยงทางการเงินจากการดำเนินคดี พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลกระทบต่อธุรกิจและความเสี่ยงทางกฎหมาย ด้วยการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากทนายความผู้มีประสบการณ์ บริษัทจึงสามารถสร้างสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการตัดสินใจทางธุรกิจและความเสี่ยงทางกฎหมายได้

Reason ――― 02

ภาษาญี่ปุ่น × กฎหมายแรงงานไทย

โดยทั่วไปแล้ว บริษัทที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย การเลิกจ้างพนักงานของบริษัทในเครือในประเทศไทยมักเป็นเรื่องที่บริษัทแม่ของญี่ปุ่นมีอำนาจอนุมัติ หรือต้องมีการรายงานให้ทราบ

อย่างไรก็ตาม การทำให้บริษัทแม่ในญี่ปุ่นเข้าใจประเพณีปฏิบัติด้านแรงงานและระบบกฎหมายเฉพาะของประเทศไทยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

เอแอลจี มีทนายความที่เชี่ยวชาญกฎหมายแรงงานญี่ปุ่นด้วย โดยจะอธิบายระบบกฎหมายของทั้งญี่ปุ่นและประเทศไทยเปรียบเทียบทั้งสองไปด้วย

การชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างจากแนวคิดด้านแรงงานของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน จะช่วยให้สำนักงานใหญ่เข้าใจมากยิ่งขึ้น และทำให้กระบวนการตัดสินใจเป็นไปอย่างราบรื่น

Reason ――― 03

ประสบการณ์อันยาวนานกว่า 16 ปี
ด้านภาษีอากรและกฎหมายในประเทศไทย

นายจ้างมีหน้าที่คำนวณและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำหรับค่าจ้างที่จ่ายในแต่ละเดือนและเงินต่าง ๆ ที่จ่ายให้แก่พนักงานในกรณีเลิกจ้าง

โดยเฉพาะในกรณีเลิกจ้าง จะมีการจ่ายเงินหลายอย่าง เช่น เงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง ทำให้การคำนวณมีความสลับซับซ้อนมากกว่าการคำนวณเงินเดือนในปกติ

หลังการเลิกจ้าง มักมีกรณีที่ไม่สามารถติดต่อพนักงานได้อีก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหักภาษีจากเงินที่จ่ายไว้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

โดยปกติแล้ว สำนักงานกฎหมายมักไม่ได้ให้บริการถึงการคำนวณภาษี แต่สำนักงานของเรามีทนายความที่เชี่ยวชาญด้านภาษีอากรของประเทศไทย จึงสามารถให้บริการได้ครบวงจร ตั้งแต่การคำนวณจำนวนเงินที่ต้องจ่าย ไปจนถึงการคำนวณภาษีที่ต้องหักไปด้วย

คำถามที่พบได้บ่อย

สามารถนำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของญี่ปุ่นมาใช้ในประเทศไทยได้หรือไม่?

ไม่สามารถนำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ใช้ในญี่ปุ่นมาบังคับใช้ในประเทศไทยทั้งหมดได้
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน นอกจากจำเป็นต้องจัดทำเป็นภาษาไทยแล้ว ต้องมีเนื้อหาที่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานของไทยด้วยตัวอย่างเช่น เรื่องเวลาทำงาน การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด ขั้นตอนการร้องทุกข์ รวมถึงกระบวนการของการเลิกจ้างและค่าชดเชยกรณีเลิกจ้างก็มีระเบียบเฉพาะของประเทศไทย
หากนำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของญี่ปุ่นมาใช้โดยตรง ไม่เพียงแต่อาจเป็นโมฆะเท่านั้น แต่ยังอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านแรงงานอย่างร้ายแรงได้ ดังนั้นควรจัดทำโดยอ้างอิงข้อกฎหมายล่าสุดของประเทศไทยด้วย

สำหรับพนักงานระดับบริหาร บริษัทได้จ่ายค่าตำแหน่งซึ่งได้พิจารณาถึงค่าล่วงเวลาแบบเหมาจ่ายแล้ว ดังนั้น บริษัทจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าล่วงเวลาเพิ่มเติมอีกใช่หรือไม่?

เพียงแค่มีตำแหน่งเป็น “ระดับบริหาร” ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาเลย ผู้ที่ได้รับการยกเว้นจะต้องเป็นผู้ที่มีอำนาจแทนนายจ้างจริง เช่น มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการจ้างบุคลากร การให้โบนัส หรือการเลิกจ้าง
นอกจากนี้ ควรระวังด้วยว่า ในคดีแรงงานที่ประเทศไทย ศาลมักมีแนวโน้มที่จะไม่ยอมรับ “ค่าล่วงเวลาแบบเหมาจ่าย” เป็นค่าล่วงเวลาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในทางปฏิบัติ ควรคำนวณค่าล่วงเวลาโดยรวมเงินค่าตำแหน่งเข้าไปในฐานค่าจ้าง และจ่ายค่าล่วงเวลาแยกต่างหากจากเงินประจำตำแหน่ง

บริษัทกำลังพิจารณาเลิกจ้างพนักงานอาวุโส สามารถเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผลเรื่องผลประกอบการของบริษัทที่แย่ลงได้หรือไม่?

การเลิกจ้างเพราะผลประกอบการของบริษัทแย่ลง ถือเป็นการเลิกจ้างด้วยเหตุผลของทางบริษัท ซึ่งไม่ได้เกิดจากความผิดของลูกจ้าง ซึ่งในทางปฏิบัติ ศาลแรงงานที่ประเทศไทยมักไม่ยอมรับได้ง่าย นอกจากจะต้องพิสูจน์ว่าบริษัทประสบปัญหาทางธุรกิจอย่างรุนแรงจนสมควรต้องลดจำนวนพนักงานแล้ว การคัดเลือกพนักงานที่จะถูกเลิกจ้างก็ต้องเป็นไปด้วยความเป็นธรรมและสมเหตุสมผลอย่างมาก
หากต้องการให้พนักงานระดับอาวุโสเฉพาะรายออกจากงาน ควรเริ่มจากการเสนอ “โครงการเกษียณก่อนกำหนด” หรือการลาออกโดยความยินยอม มากกว่าการเลิกจ้างเพื่อลดจำนวนพนักงาน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ อาจพิจารณาการเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผลเรื่อง “ผลงานการทำงานไม่เป็นไปตามมาตรฐาน” ตามผลการประเมินการทำงาน แต่ในกรณีนี้ จำเป็นต้องมีการสะสมหลักฐานอย่างเป็นกลางที่ชัดเจน

เมื่อเลิกจ้าง จำเป็นต้องมีการบอกเลิกจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่?
และจำเป็นต้องระบุเหตุผลในการเลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกจ้างได้หรือไม่?

ตามกฎหมาย ไม่ได้กำหนดรูปแบบเฉพาะหรือบังคับว่าต้องทำเป็นหนังสือ โดยการแจ้งผ่านอีเมล LINE หรือแม้แต่การแจ้งด้วยวาจาก็ถือว่ามีผลได้ อย่างไรก็ตาม การแจ้งด้วยวาจานั้นยากต่อการพิสูจน์ และอาจถูกโต้แย้งในศาลแรงงานว่า “ไม่เคยมีการบอกเลิกจ้าง” ดังนั้น ควรบอกเลิกจ้างในรูปแบบที่สามารถเก็บไว้เป็นหลักฐานได้
นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติของประเทศไทย โดยทั่วไปมักจะระบุเหตุผลในการเลิกจ้างอย่างง่ายไว้ในหนังสือบอกเลิกจ้าง โดยเฉพาะกรณีเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย (ลักษณะใกล้เคียงกับการเลิกจ้างทางวินัยของญี่ปุ่น) หากไม่ระบุเหตุผลไว้ในหนังสือบอกเลิกจ้าง จะไม่สามารถอ้างเหตุผลดังกล่าวในชั้นศาลได้ หากศาลพิจารณาว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม อาจเกิดความเสี่ยงที่อาจต้องจ่ายเงินชดเชยและค่าเสียหาย ดังนั้นควรระบุเหตุผลในการเลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกจ้างอย่างชัดเจนเสมอ

อาเซียนและสำนักงานในต่างประเทศ

Thailand(Bangkok)

Thailand(Bangkok)

Bangkok Office

246 Times Square building,
11 Floor, Room 11-04A, Sukhumvit Rd.,
Klongtoey, Klongtoey, Bangkok 10110

Vietnam(Hanoi)

Vietnam(Hanoi)

SB Law firm, LLC

3rd floor, Kinh Do Building,
292 Tay Son, Trung Liet ward,
Dong Da district, Hanoi

India(New Delhi)

India(New Delhi)

India Law Office

D-31, South Extension - I,
New Delhi - 110049

ญี่ปุ่น

Tokyo Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Tokyo Law Office

28F Shinjuku Square Tower,
6-22-1 Nishi-Shinjuku, Shinjuku-ku,
Tokyo 163-1128

Sapporo Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Sapporo Law Office

9F First Plaza Building,
1-4-2 Kita 6-jo Nishi, Kita-ku, Sapporo,
Hokkaido 060-0806

Utsunomiya Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Utsunomiya Law Office

9F Utsunomiya Daido Seimei Building,
4-1-18 Odori, Utsunomiya,
Tochigi 320-0811

Saitama Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Saitama Law Office

13F Sino Omiya North Wing,
1-10-16 Sakuragichou,
Omiya-ku, Saitama,
Saitama 330-0854

Chiba Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Chiba Law Office

9F Fujimoto Dai-ichi Seimei Building,
3-3-1 Chuo, Chuo-ku,Chiba,
Chiba 260-0013

Yokohama Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Yokohama Law Office

6F Kinko Building,
7-3 Kinko-machi,
Kanagawa-ku, Yokohama,
Kanagawa 221-0056

Nagoya Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Nagoya Law Office

4F & 10F Taiju Seimei Nagoya Building,
1-4-6 Nishiki,Naka-ku, Nagoya,
Aichi 460-0003

Osaka Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Osaka Law Office

Mataichi Building,
3-5-13 Kyutaromachi,Chuo-ku,Osaka,
Osaka 541-0056

Kobe Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Kobe Law Office

5F Imon Kobe Building,
95 Edomachi,Chuo-ku,Kobe,
Hyogo 650-0033

Himeji Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Himeji Law Office

Room 301,
Himeji Shirasagi Building,
3-12 Higashi Nobusue,Himeji,
Hyogo 670-0965

Hiroshima Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Hiroshima Law Office

MetLife Hiroshima Tatemachi
Building,
2-27 Tatemachi,Naka-ku,
Hiroshima-shi,Hiroshima 730-0032

Fukuoka Law Office

弁護士法人ALG&Associates
Fukuoka Law Office

4F Across Fukuoka,
1-1-1 Tenjin,Chuo-ku,Fukuoka,
Fukuoka 810-0001