ด้วยการมีทางเลือกที่ครอบคลุมถึงการดำเนินคดีในศาล
จะทำให้ช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจและการบริหารจัดการให้เหลือน้อยที่สุด
เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ
ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น
0120-529-006ติดต่อจากภายในประเทศไทย
+662-254-5788
วิเคราะห์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร
ที่บริษัทญี่ปุ่นเผชิญในประเทศไทย
อย่างครบวงจร
โดยครอบคลุมมิติด้านสัญญา การกำกับดูแลการ
ปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance)
และการป้องกันข้อพิพาท
ตั้งแต่ขั้นตอนการพิจารณาเข้าลงทุนในประเทศไทย การบริหารงานของบริษัทในเครือ การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนกับบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ตลอดจนการโอนเงินไปต่างประเทศ ความเสี่ยงด้านภาษีแฝงอยู่ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ
สำนักงานเอแอลจี ไม่ได้มองประเด็นเหล่านี้เป็นเพียงปัญหาด้านภาษีอากรเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญในฐานะประเด็นทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมีอยู่ของสัญญาและการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ (Compliance) ตลอดจนการป้องกันข้อพิพาทในอนาคต
ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมายและภาษีอากร เราพร้อมสนับสนุนการการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้กิดประสิทธิภาพอย่างเหมาะสมที่สุด
ในหลายองค์กร การจัดทำสัญญามักถูกมองว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายกฎหมาย ขณะที่การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของฝ่ายภาษีหรือบัญชี อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย เนื้อหาและคำนิยามในสัญญา วิธีการเรียกเก็บเงิน ลักษณะการให้บริการ วัตถุประสงค์ของการโอนเงิน ตลอดจนกระบวนการอนุมัติภายในบริษัท ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความเสี่ยงด้านภาษี
หากกำหนดความสัมพันธ์ด้านสิทธิทางกฎหมายโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบทางภาษี อาจนำไปสู่การได้รับการปฏิบัติทางภาษีที่เสียเปรียบได้
การบริหารความเสี่ยงด้านภาษีในประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการตรวจสอบอัตราภาษีเท่านั้น แต่จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นด้านกฎหมายและภาษีในเป็นเรื่องเดียวกันโดยไม่แยกจากกัน เป็นสำคัญ
เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ
ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น
0120-529-006ติดต่อจากภายในประเทศไทย
+662-254-5788เราไม่ได้มองภาษีอากรของไทยเป็นเพียงประเด็นเชิงตัวเลขเท่านั้น แต่ควรพิจารณาในฐานะประเด็นที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับกฎหมาย สัญญา และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) เนื่องจากการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน
ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย การปฏิบัติทางภาษี มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับถ้อยคำในสัญญา ความเป็นอยู่ของการให้บริการจริง ตลอดจนความสัมพันธ์ของการการรับภาระค่าใช้จ่ายระหว่างบริษัทแม่และบริษัทในเครือ ดังนั้น เอแอลจี จะสนับสนุนให้มีมาตรการอย่างรอบด้าน โดยพิจารณาถึงการรับมือกับการตรวจสอบภาษีหรือสรรพากร การป้องกันข้อพิพาท ไม่ใช่เพียงการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นแบบภาษีเท่านั้น
เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ
ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น
0120-529-006ติดต่อจากภายในประเทศไทย
+662-254-5788รูปแบบการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งบริษัทในไทย สำนักงานผู้แทน หรืออื่น ๆ ล้วนส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางภาษีที่แตกต่างกัน
สำนักงานของเราจะช่วยวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน โดยพิจารณาจากแผนธุรกิจ รูปแบบสัญญา ธุรกรรมระหว่างประเทศกับบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ตลอดจนวิเคราะห์ความเสี่ยงของกระบวนการอนุมัติของภายในของบริษัทในเครือในประเทศไทยพร้อมให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ เราจะช่วยให้ท่านสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดโอกาสเกิดภาระภาษีที่ไม่คาดคิดหรือความเสี่ยงทางกฎหมายภายหลังการลงทุน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงจากทั้งมุมมองด้านกฎหมายและภาษีอากร
สำหรับธุรกรรมระหว่างญี่ปุ่นและประเทศไทยซึ่งจะมีการโอนเงินกันเกิดขึ้น เช่น ค่าบริหารจัดการ (Management Fee) สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (License Agreement) ค่าสิทธิ (Royalty) เงินปันผล หรือดอกเบี้ย เราจะช่วยวิเคราะห์และประเมินทั้งลักษณะทางกฎหมายของธุรกรรมและผลกระทบทางภาษีที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
บริการของเราครอบคลุมการตรวจสอบเนื้อหาในสัญญาเพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยงานในไทย ตีความว่าเป็นการถ่ายโอนกำไร (Profit Shifting) การตรวจสอบเงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์ลดอัตราภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน รวมถึงการช่วยเหลือด้านภาษีที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดทางกฎหมายต่าง ๆ อย่างรอบด้าน
เราจะช่วยท่านในการให้คำแนะนำให้สอดคล้องกับการปฏิบัติจริง เพื่อทำสัญญา ปฏิบัติการโอนเงิน เพื่อป้องการไม่ให้เกิดปัญหาในระหว่างดำเนินการโอนเงิน
ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทต้องมีการดำเนินการต่างๆ เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้นิติบุคคล การจัดทำบัญชี หรือการนำส่งเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งล้วนเป็นงานที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยความเข้าใจในกฎเกณฑ์ของไทย
สำนักงานของเราช่วยสนับสนุนการบริหารงานของบริษัทย่อยโดยอาศัยความเข้าใจในแนวปฏิบัติและแนวทางการบังคับใช้กฎหมายภาษีโดยเฉพาะของไทย พร้อมช่วยอธิบายประเด็นสำคัญที่สำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่นควรทำความเข้าใจ เพื่อให้สามารถกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดปัญหาการขาดความโปร่งใสในการดำเนินงานของบริษัทในเครือในประเทศไทย
นอกจากนี้ เรายังติดตามและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงนโยบายของหน่วยงานด้านภาษีที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติของบริษัทท่าน
เราให้คำปรึกษาแบบครบวงจร เกี่ยวกับธุรกรรมระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น บริษัทย่อยในประเทศไทย ตลอดจนบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศที่สาม
บริการของเราไม่ได้จำกัดเพียงการคำนวณภาษีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการตรวจสอบความสมบูรณ์และผลใช้บังคับของสัญญา การวิเคราะห์โครงสร้างธุรกรรมจากมุมมองด้านกฎหมาย การกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) และการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ (Compliance) ของบริษัทในเครือทั้งหมด โดยตรวจสอบโครงสร้างของธุรกรรมอย่างละเอียด เพื่อให้เป็นระบบที่สามารถรองรับการตรวจสอบภาษีและการสอบบัญชีในอนาคต
เราสนับสนุนการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจสอบภาษีในอนาคต การสอบถามจากหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนการตรวจสอบภายในและการตรวจสอบโดยกลุ่มบริษัท (Group Review) โดยจะช่วยเหลือในการจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องและวิเคราะห์ประเด็นสำคัญอย่างเป็นระบบ
เนื่องจากการตรวจสอบภาษีในประเทศไทยมีความเข้มงวด การรับมือกับข้อทักท้วงจากหน่วยงานภาษีจึงไม่อาจอาศัยเพียงการจัดการตัวเลขทางบัญชีหรือภาษีเท่านั้น แต่ยังต้องมีความสอดคล้องระหว่างสัญญากับเอกสารประกอบการอนุมัติซึ่งขาดไม่ได้
จากมุมมองของการป้องกันข้อพิพาทตั้งแต่ต้น เราช่วยตรวจสอบและเสริมความสมบูรณ์ของสัญญาและเอกสารหลักฐาน พร้อมเสนอแนวทางในการจัดทำระบบให้สามารถสามารถอธิบายข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีเหตุผล ชัดเจน และสอดคล้องกัน
นอกจากนี้ หากเกิดข้อพิพาทขึ้น เรายังให้การสนับสนุนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเจรจากับหน่วยงานภาครัฐ และการยื่นอุทธรณ์ ตลอดจนการดำเนินคดีในชั้นศาล
เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ
ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น
0120-529-006ติดต่อจากภายในประเทศไทย
+662-254-5788
ไม่เพียงมีสำนักงานในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังมีสำนักงานในต่างประเทศ และเครือข่ายความร่วมมือกับสำนักงานกฎหมายในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ทำให้สามารถสนับสนุนลูกค้าในประเด็นทางกฎหมายและภาษีที่มีลักษณะข้ามพรมแดนได้อย่างครบวงจร
เราสามารถให้การสนับสนุนได้ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่จะรวมถึงการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการทางภาษีของสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่นด้วย เช่น การใช้สิทธิเครดิตภาษีต่างประเทศ (Foreign Tax Credit)
นอกจากนี้ สำนักงานของเรามีทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในระบบกฎหมายไทยเป็นอย่างดี จึงสามารถให้คำแนะนำที่ครอบคลุมถึงกฎหมายฉบับใหม่ล่าสุดในประเทศไทยได้ด้วย
เราพร้อมให้การสนับสนุนด้านกฎหมาย ภาษี และกฎหมายแรงงานของไทยที่มีความซับซ้อนอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง
เนื่องจากประเด็นด้านภาษีในประเทศไทยจำนวนมากมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับกฎหมายแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเดือน สวัสดิการพนักงาน หรือเงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง การทำความเข้าใจกฎหมายแรงงานอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
สำนักงาน ALG มีทนายความที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานไทย สามารถอธิบายบทบัญญัติของกฎหมาย ประกาศ และแนวปฏิบัติล่าสุดที่จัดทำเป็นภาษาไทยให้แก่ลูกค้าชาวญี่ปุ่นเป็นภาษาญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย
เรายังสามารถถ่ายทอดรายละเอียดและบริบททางกฎหมายที่ซับซ้อนของประเทศไทยให้สอดคล้องกับธรรมเนียมทางธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นและระบบการกำกับดูแลของสำนักงานใหญ่ ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารให้น้อยที่สุด
นอกจากนี้ ในประเด็นที่กฎหมายและภาษีมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เช่น การปฏิบัติทางภาษีของเงินที่จ่ายจากการยุติข้อพิพาทจากการเลิกจ้าง หรือ ข้อพิพาทด้านแรงงาน เราพร้อมให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ โดยคำนึงถึงวัฒนธรรมองค์กรและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นด้วย
ทนายความชาวญี่ปุ่นของเรา ซึ่งได้สนับสนุนบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากในประเทศไทย ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สะสมมาเป็นเวลา 16 ปี ถือเป็นจุดแข็งสำคัญของสำนักงาน
เราไม่ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านกฎหมายในเชิงทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังสามารถให้การสนับสนุนโดยอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับแนวปฏิบัติล่าสุดของหน่วยงานภาครัฐไทย รวมถึงประสบการณ์ในการเจรจาและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ภายใต้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สำนักงาน ALG ได้สั่งสมองค์ความรู้และประสบการณ์เชิงปฏิบัติ ตั้งแต่กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จในอดีต ไปจนถึงการติดตามและรับมือกับการแก้ไขกฎหมายล่าสุดอย่างต่อเนื่อง
ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน เราพร้อมสนับสนุนให้ธุรกิจของท่านสามารถบริหารจัดการประเด็นด้านภาษีและกฎหมายในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดการตรวจสอบภาษีในประเทศไทย?
สาเหตุหลักที่ทำให้กรมสรรพากรเข้าตรวจสอบภาษี ได้แก่ การยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) การขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย การขาดทุนต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ หรือการมีอัตรากำไรต่ำแบบผิดธรรมชาติ เมื่อเทียบกับลักษณะของธุรกิจ
นอกจากนี้ การตรวจสอบยังอาจเกิดจากการสุ่มคัดเลือกของกรมสรรพากร หรือเป็นผลสืบเนื่องจากการตรวจสอบบริษัทของคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งอาจขยายผลมายังบริษัทที่เกี่ยวข้องได้
เมื่อมีการตรวจสอบภาษีแล้ว โดยทั่วไปกรมสรรพากรจะไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะภาษีประเภทที่เป็นสาเหตุของการตรวจสอบเท่านั้น แต่สามารถขยายขอบเขตการตรวจสอบไปยังภาษีทุกประเภทที่เกี่ยวข้องได้
อีกทั้ง หากใบกำกับภาษี (Tax Invoice) หรือใบเสร็จรับเงินมีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือการยื่นแบบภาษีอาจไม่ได้รับการยอมรับ ดังนั้น การจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสม และการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบภาษี
หากพบข้อผิดพลาดในใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ควรดำเนินการอย่างไร?
แม้จะเป็นข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้ใบกำกับภาษีไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางภาษีได้อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม โดยหลักการแล้ว ไม่สามารถแก้ไขใบกำกับภาษีที่ทีเนื้อหาที่ผิดด้วยการขีดฆ่า เขียนทับ หรือใช้ปากกาลบคำผิดได้ จึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อมูลสำคัญ เช่น จำนวนสินค้า มูลค่าสินค้า ราคา หรือยอดเงินที่เรียกเก็บ ผู้รับและผู้ออกใบกำกับภาษีควรดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยขอให้ผู้ออกเอกสารจัดทำ ใบลดหนี้ (Credit Note) หรือ ใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) ตามความเหมาะสม
การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการให้แก่ประเทศญี่ปุ่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?
โดยหลักแล้ว การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการไปยังประเทศญี่ปุ่นอาจมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% อย่างไรก็ตาม การพิจารณาภาระภาษีที่แท้จริงจำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี
ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ กรรมการมีสถานะเป็น ผู้มีถิ่นที่อยู่เพื่อวัตถุ (Tax Resident) หรือ ผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ (Non-resident) ในประเทศไทย รวมถึงหน้าที่ของกรรมการได้ปฏิบัติในประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศไทย ตลอดจนลักษณะของรายได้ว่าควรจัดเป็น ค่าตอบแทนกรรมการ หรือ เงินเดือน ซึ่งอาจส่งผลให้หลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีแตกต่างกัน
นอกจากนี้ หากไม่สามารถนำบทบัญญัติของ อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–ญี่ปุ่น มาปรับใช้อย่างถูกต้อง ภาษีที่ถูกหักและชำระในประเทศไทยอาจไม่สามารถนำไปใช้เป็น เครดิตภาษีต่างประเทศ (Foreign Tax Credit) ในประเทศญี่ปุ่นได้ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงของการเสียภาษีซ้ำซ้อน (Double Taxation)
แม้อยู่ในช่วงได้รับยกเว้นภาษีจาก BOI ยังจำเป็นต้องยื่นแบบภาษีหรือไม่?
จำเป็น แม้ว่าบริษัทจะอยู่ในช่วงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษีต่าง ๆ ตามกฎหมาย ได้แก่ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นรายเดือน รวมถึงแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งรอบครึ่งปีและรอบปี
แม้ว่าจะไม่มีภาษีที่ต้องชำระ หากละเลยการยื่นแบบหรือยื่นแบบโดยคำนวณภาษีไม่ถูกต้อง ก็อาจมีความเสี่ยงที่สิทธิประโยชน์จาก BOI ถูกเพิกถอนในภายหลังได้
นอกจากนี้ รายได้ที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี เช่น รายได้อื่นหรือรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ยังคงต้องเสียภาษีตามปกติ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแยกบัญชีและแยกผลการดำเนินงานระหว่าง กิจการ BOI และ กิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI (Non-BOI) อย่างชัดเจนและเคร่งครัด