การจัดระเบียบประเด็นปัญหาด้านภาษีอากรที่จากการขยายธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นเข้าสู่ประเทศไทย
อย่างครอบคลุมจากมุมมองด้านกฎหมาย สัญญา และธรรมาภิบาลองค์กร

ด้วยการมีทางเลือกที่ครอบคลุมถึงการดำเนินคดีในศาล
จะทำให้ช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจและการบริหารจัดการให้เหลือน้อยที่สุด

ติดต่อสอบถาม

เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ

ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น

0120-529-006

ติดต่อจากภายในประเทศไทย

+662-254-5788

กรณีศึกษาที่ได้ให้คำปรึกษา
ด้านภาษีอากรในประเทศไทย

การหลีกเลี่ยงการถูกประเมินภาษีสำหรับเงินชดเชยเงินเดือนที่จ่ายในญี่ปุ่นแก่พนักงานชาวญี่ปุ นที่มาประจำในประเทศไทย (ค่าใช้จ่ายในการส่งพนักงานไปประจำในประเทศไทย)

กรณีที่พนักงานชาวญี่ปุ่นซึ่งถูกส่งมาประจำอยู่ในบริษัทในเครือที่ประเทศไทยยังคงได้รับเงินเดือนเป็นเงินเยนจากบริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น และบริษัทในเครือในประเทศไทยชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่สำนักงานใหญ่ในรูปของ ค่าใช้จ่ายในการส่งพนักงานไปประจำในประเทศไทย (Secondment Fee) นั้น กรมสรรพากรไทยมีแนวโน้มที่จะพิจารณาว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นค่าตอบแทนที่บริษัทแม่ในญี่ปุ่นได้รับเนื่องจากการให้บริการผ่านพนักงานชาวญี่ปุ่นรายดังกล่าว ได้กระทำแก่บริษัทในเครือในประเทศไทยโดยอ้างอิงคำวินิจฉัยข้อหารือสรรพากรไทยที่เห็นว่ากรณีดังกล่าวเข้าข่าย สถานประกอบการถาวร (Permanent Establishment: PE) ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–ญี่ปุ่น ส่งผลให้บริษัทในเครือในประเทศไทยอาจถูกกำหนดให้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7%
สำนักงาน ALG เราได้เสนอแนวทางการบริหารจัดการโดยอาศัยสัญญาจ้างงานกับบริษัทในเครือในประเทศไทย แผนผังองค์กร และสถานะการปฏิบัติงานของพนักงานที่ถูกส่งมาประจำ เพื่อแสดงให้ชัดเจนว่าพนักงานดังกล่าวอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของบริษัทในเครือในประเทศไทย ผลที่ได้ คือ สามารถป้องกันข้อทักท้วงจากสรรพากรได้ล่วงหน้า และลดความเสี่ยงของการถูกเก็บภาษีซ้อนให้น้อยที่สุดได้สำเร็จ

การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในกรณีที่มีกระบวนการคืนภาษีที่ซับซ้อน

มีบริษัทผู้ผลิตแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเครดิตภาษีมูลค่าเพิ่มคงค้างที่ไม่ได้ขอคืนเป็นจำนวนมาก และมีความจำเป็นต้องยื่นขอคืนภาษีเพื่อให้สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทดีขึ้น แต่ในประเทศไทย ถ้ายื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม มักจะเข้าสู่การถูกตรวจสอบภาษีโดยกรมสรรพากรอย่างแน่นอน จึงมีความเสี่ยงด้านภาษีที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
สำนักงานของเราได้เสนอให้มีการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ฉบับย้อนหลังไปหลายปี นอกจากนี้ยังรวมถึงภาษีประเภทอื่นนอกเหนือจากภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจสอบภาษีของทางการ
หลังจากตรวจพบข้อบกพร่องต่าง ๆ แล้วนำมาแก้ไขล่วงหน้า จากนั้น จึงได้ดำเนินการยื่นคำขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีการวางมาตรการับมือกับความเสี่ยงจากการตรวจสอบภาษีอย่างรอบด้าน ส่งผลให้บริษัทสามารถได้รับเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้สำเร็จด้วยดี

วิเคราะห์ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาษีอากร
ที่บริษัทญี่ปุ่นเผชิญในประเทศไทย
อย่างครบวงจร
โดยครอบคลุมมิติด้านสัญญา การกำกับดูแลการ
ปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance)
และการป้องกันข้อพิพาท

ตั้งแต่ขั้นตอนการพิจารณาเข้าลงทุนในประเทศไทย การบริหารงานของบริษัทในเครือ การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนกับบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ตลอดจนการโอนเงินไปต่างประเทศ ความเสี่ยงด้านภาษีแฝงอยู่ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ
สำนักงานเอแอลจี ไม่ได้มองประเด็นเหล่านี้เป็นเพียงปัญหาด้านภาษีอากรเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญในฐานะประเด็นทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมีอยู่ของสัญญาและการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ (Compliance) ตลอดจนการป้องกันข้อพิพาทในอนาคต
ด้วยความเชี่ยวชาญทั้งด้านกฎหมายและภาษีอากร เราพร้อมสนับสนุนการการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้กิดประสิทธิภาพอย่างเหมาะสมที่สุด

ท่านกำลังเผชิญกับปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่?

  • เอกสารภาษีที่พนักงานบัญชีที่บริษัทในเครือในประเทศไทยจัดทำ มีเนื้อหาที่ไม่ชัดเจน ทำให้บริษัทแม่ในญี่ปุ่นไม่สามารถประเมินและรับรู้ถึงความเสี่ยงได้
  • มีสัญญาให้บริการ (Service Agreement) สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (License Agreement) และการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายระหว่างบริษัทในเครือกับบริษัทแม่ในญี่ปุ่น แต่มีข้อกังวลเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย การใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อน และความสอดคล้องของเงื่อนไขในสัญญา ซึ่งอาจนำไปสู่การเก็บภาษีซ้อน
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจาก BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทย) แต่ต้องการแก้ไขความเสี่ยงที่ อาจตีความขอบเขตการใช้สิทธิประโยชน์ไม่ถูกต้อง จนทำให้ถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
  • เนื่องจากระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของประเทศไทยและการดูแลใบกำกับภาษี มีความซับซ้อน จึงมีความกังวลว่า การผิดพลาด อาจเชื่อมโยงไปสู่ความเสี่ยงด้านภาษีอย่างใหญ่หลวง
  • ก่อนขยายธุรกิจเข้ามาประเทศไทย ต้องการตรวจสอบว่ารูปแบบธุรกิจที่วางแผนไว้ มีความเสี่ยงด้านภาษีอากร กฎหมายแรงงาน หรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) ประการใดบ้าง

มุมมองที่ไม่แยกประเด็นกฎหมายออกจากภาษี

ในหลายองค์กร การจัดทำสัญญามักถูกมองว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายกฎหมาย ขณะที่การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของฝ่ายภาษีหรือบัญชี อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย เนื้อหาและคำนิยามในสัญญา วิธีการเรียกเก็บเงิน ลักษณะการให้บริการ วัตถุประสงค์ของการโอนเงิน ตลอดจนกระบวนการอนุมัติภายในบริษัท ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความเสี่ยงด้านภาษี
หากกำหนดความสัมพันธ์ด้านสิทธิทางกฎหมายโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบทางภาษี อาจนำไปสู่การได้รับการปฏิบัติทางภาษีที่เสียเปรียบได้
การบริหารความเสี่ยงด้านภาษีในประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการตรวจสอบอัตราภาษีเท่านั้น แต่จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นด้านกฎหมายและภาษีในเป็นเรื่องเดียวกันโดยไม่แยกจากกัน เป็นสำคัญ

ติดต่อสอบถาม

เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ

ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น

0120-529-006

ติดต่อจากภายในประเทศไทย

+662-254-5788

มองประเด็นภาษีอย่างรอบด้าน ผ่านมิติของกฎหมาย สัญญา และการบริหารความเสี่ยง

เราไม่ได้มองภาษีอากรของไทยเป็นเพียงประเด็นเชิงตัวเลขเท่านั้น แต่ควรพิจารณาในฐานะประเด็นที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับกฎหมาย สัญญา และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) เนื่องจากการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน

ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย การปฏิบัติทางภาษี มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับถ้อยคำในสัญญา ความเป็นอยู่ของการให้บริการจริง ตลอดจนความสัมพันธ์ของการการรับภาระค่าใช้จ่ายระหว่างบริษัทแม่และบริษัทในเครือ ดังนั้น เอแอลจี จะสนับสนุนให้มีมาตรการอย่างรอบด้าน โดยพิจารณาถึงการรับมือกับการตรวจสอบภาษีหรือสรรพากร การป้องกันข้อพิพาท ไม่ใช่เพียงการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นแบบภาษีเท่านั้น

สิ่งสำคัญไม่ใช่การรับรู้ถึงประเด็นทางภาษี แต่คือ
การเตรียมระบบและกระบวนการให้พร้อม
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อพิพาทตั้งแต่ต้น

ติดต่อสอบถาม

เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ

ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น

0120-529-006

ติดต่อจากภายในประเทศไทย

+662-254-5788

ประเด็นด้านภาษีอากรที่ควรให้พิจารณาเป็นพิเศษในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

  • 01ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย โดยหลักแล้วจัดเก็บจากกำไรสุทธิในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม ยังมีมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้การส่งเสริมการลงทุนของ BOI เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้น บริษัทจึงควรบริหารจัดการและตรวจสอบอัตราภาษีที่ตนมีสิทธิได้รับอย่างถูกต้องเหมาะสม
    นอกจากนี้ การเสียภาษีให้ถูกต้อง ไม่ได้อาศัยเพียงการทราบอัตราภาษีเท่านั้น ในทางปฏิบัติ ยังจำเป็นต้องพิจารณาประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี รวมถึงความสมเหตุสมผลของค่าตอบแทนในการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือ ตลอดจนความสอดคล้องระหว่างเนื้อหาในสัญญากับความเป็นจริงของการดำเนินธุรกิจ
    เนื่องจากความผิดพลาดหรือการยื่นแบบภาษีไม่ถูกต้องอาจมีความเสี่ยงที่จะต้องเสียเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาระภาษีย้อนหลังเป็นจำนวนมาก การคำนวณและการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลจึงจำเป็นต้องอาศัยความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในระดับสูง
  • 02ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในประเทศไทยมีอัตราตามกฎหมายอยู่ที่ 10% แต่มีพระราชกฤษฎีกาลดอัตราภาษี ทำให้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันคือ 7% ซึ่งจะต้องยื่นแบบและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ผู้ประกอบการที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งการยื่นแบบแสดงรายการดังกล่าว
    จะต้องมีระบบการบริหารจัดการใบกำกับภาษีอย่างถูกต้องนั้น ปัจจัยสำคัญ ถึงแม้จะมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อยในรายละเอียดของเอกสาร ก็อาจส่งผลให้ไม่สามารถนำภาษีซื้อมาหักจากภาษีซื้อได้ ทำให้ต้นทุนทางธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
    นอกจากนี้ การยื่นคำขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม มักจะมาพร้อมกับการตรวจสอบจากกรมสรรพากร จึงส่งผลให้หลายบริษัทเลือกที่จะไม่ดำเนินการขอคืนภาษี ด้วยเหตุนี้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงเป็นหนึ่งในประเด็นภาษีที่ก่อให้เกิดข้อพิจารณาในหลายๆ ด้าน
  • 03ภาษีหัก ณ ที่จ่าย การจ่ายเงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ (Royalty) และอื่นๆ ให้แก่ผู้รับที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (Non-resident) ต้องอยู่ภายใต้การหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายภาษีอากรของไทยและอนุสัญญาภาษีซ้อนที่เกี่ยวข้อง
    อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะแตกต่างกันไปตามลักษณะทางกฎหมายของบริการที่ได้กระทำไปและโครงสร้างของสัญญา ตัวอย่างเช่น ค่าบริการ 3% ค่าโฆษณา 2% และค่าเช่า 5% เป็นต้น ดังนั้น การวิเคราะห์ลักษณะของธุรกรรมอย่างถูกต้องก่อนการชำระเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญซึ่งเลี่ยงไม่ได้เลย
    ถึงแม้จะเป็นกรณีของการจ่ายเงินให้บริษัทแม่ในญี่ปุ่น อัตราภาษีที่ใช้ก็อาจแตกต่างกันตามประเภทของรายได้ เช่น ค่าสิทธิ ดอกเบี้ย เป็นต้น
    เนื่องจากการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ไม่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดภาระภาษี เบี้ยปรับ และความเสี่ยงทางภาษีในภายหลัง ดังนั้น เพื่อความสบายใจ หากมีการทำสัญญาฉบับใหม่ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนจัดทำหรือลงนาม
  • 04อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–ญี่ปุ่น เมื่อมีการชำระเงินให้แก่สำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่นหรือบริษัทนิติบุคคลในญี่ปุ่น การนำ อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–ญี่ปุ่น มาปรับใช้อาจช่วยลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีซ้อนในบางกรณีได้
    ตัวอย่างเช่น อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายของไทยสำหรับเงินปันผลหรือดอกเบี้ยบางประเภท มีอัตราภาษีที่ต่ำกว่าญี่ปุ่น ได้รับการลดอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาภาษีซ้อน
    อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิประโยชน์ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนไม่ได้พิจารณาเพียงรูปแบบเอกสารหรือการตรวจสอบเงื่อนไขในเชิงรูปแบบเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงการวินิจฉัยของรัฐที่มีถิ่นที่อยู่ ลักษณะของบริการด้วย
    หากตีความหรือปรับใช้อนุสัญญาภาษีซ้อนไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้สรรพากรไทยเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดไป พร้อมเบี้ยปรับ และเงินเพิ่มย้อนหลังได้ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่ฝั่งญี่ปุ่นจะไม่สามารถใช้สิทธิเครดิตภาษีต่างประเทศ (Foreign Tax Credit) ได้ตามที่คาดการณ์ไว้
  • 05สิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI Incentives) เมื่อได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) บริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่สำคัญ เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และการลดหย่อนหรือยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรและวัตถุดิบบางประเภท
    อย่างไรก็ตาม สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจะครอบคลุมเฉพาะ กำไรที่เกิดจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลุงทน เท่านั้น ดังนั้น บริษัทจึงจำเป็นต้องแยกบัญชี รายได้ ค่าใช้จ่าย และผลกำไรระหว่างกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริม (Non - BOI) อย่างชัดเจน ซึ่งอาจทำให้การบริหารจัดการด้านบัญชีและภาษีมีความซับซ้อนมากขึ้น
    นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเหล่านี้ ยังมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับรายละเอียดในแผนธุรกิจและและสัญญาการลงทุน ดังนั้น การวางแผนธุรกิจอย่างรอบคอบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยให้การตัดสินใจทางธุรกิจในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น
  • 06ภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) ภายใต้กฎ Pillar Two ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ประเทศไทยกำลังเดินหน้าบังคับใช้ระบบ ภาษีขั้นต่ำระดับโลก (Global Minimum Tax หรือ Top-up Tax)
    ภายใต้ระบบดังกล่าว กลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้รวมตามเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องมีอัตราภาษีที่แท้จริง (Effective Tax Rate) ไม่น้อยกว่า 15% ในแต่ละเขตอำนาจภาษี หากอัตราภาษีที่แท้จริงในประเทศไทยต่ำกว่า 15% บริษัทแม่อาจมีหน้าที่ต้องชำระภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) สำหรับส่วนต่างดังกล่าว
    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ บริษัทที่ได้รับสิทธิประโยชน์จาก คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เนื่องจากการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลอาจส่งผลให้อัตราภาษีที่แท้จริงลดลง และทำให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับถูกลดทอนลงจากระบบภาษีส่วนเพิ่ม
    ดังนั้น การพิจารณาผลกระทบของภาษีส่วนเพิ่ม (Top-up Tax) ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในระดับบริษัทหรือสาขาในประเทศไทยเท่านั้น แต่ควรได้รับการพิจารณาภายใต้กรอบนโยบายภาษี การกำกับดูแลกิจการ (Governance) ด้วย

สิ่งที่เราสามารถช่วยท่านได้

01การประเมินและบริหารความเสี่ยงก่อนการลงทุนในประเทศไทย

รูปแบบการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งบริษัทในไทย สำนักงานผู้แทน หรืออื่น ๆ ล้วนส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางภาษีที่แตกต่างกัน
สำนักงานของเราจะช่วยวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน โดยพิจารณาจากแผนธุรกิจ รูปแบบสัญญา ธุรกรรมระหว่างประเทศกับบริษัทแม่ในญี่ปุ่น ตลอดจนวิเคราะห์ความเสี่ยงของกระบวนการอนุมัติของภายในของบริษัทในเครือในประเทศไทยพร้อมให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ เราจะช่วยให้ท่านสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดโอกาสเกิดภาระภาษีที่ไม่คาดคิดหรือความเสี่ยงทางกฎหมายภายหลังการลงทุน และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงจากทั้งมุมมองด้านกฎหมายและภาษีอากร

02การตรวจสอบโครงสร้างสัญญาและการโอนเงิน

สำหรับธุรกรรมระหว่างญี่ปุ่นและประเทศไทยซึ่งจะมีการโอนเงินกันเกิดขึ้น เช่น ค่าบริหารจัดการ (Management Fee) สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (License Agreement) ค่าสิทธิ (Royalty) เงินปันผล หรือดอกเบี้ย เราจะช่วยวิเคราะห์และประเมินทั้งลักษณะทางกฎหมายของธุรกรรมและผลกระทบทางภาษีที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
บริการของเราครอบคลุมการตรวจสอบเนื้อหาในสัญญาเพื่อป้องกันไม่ให้หน่วยงานในไทย ตีความว่าเป็นการถ่ายโอนกำไร (Profit Shifting) การตรวจสอบเงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์ลดอัตราภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน รวมถึงการช่วยเหลือด้านภาษีที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดทางกฎหมายต่าง ๆ อย่างรอบด้าน
เราจะช่วยท่านในการให้คำแนะนำให้สอดคล้องกับการปฏิบัติจริง เพื่อทำสัญญา ปฏิบัติการโอนเงิน เพื่อป้องการไม่ให้เกิดปัญหาในระหว่างดำเนินการโอนเงิน

03การสนับสนุนการบริหารและจัดการบริษัทในเครือในประเทศไทย

ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย บริษัทต้องมีการดำเนินการต่างๆ เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้นิติบุคคล การจัดทำบัญชี หรือการนำส่งเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งล้วนเป็นงานที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยความเข้าใจในกฎเกณฑ์ของไทย
สำนักงานของเราช่วยสนับสนุนการบริหารงานของบริษัทย่อยโดยอาศัยความเข้าใจในแนวปฏิบัติและแนวทางการบังคับใช้กฎหมายภาษีโดยเฉพาะของไทย พร้อมช่วยอธิบายประเด็นสำคัญที่สำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่นควรทำความเข้าใจ เพื่อให้สามารถกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดปัญหาการขาดความโปร่งใสในการดำเนินงานของบริษัทในเครือในประเทศไทย
นอกจากนี้ เรายังติดตามและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงนโยบายของหน่วยงานด้านภาษีที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติของบริษัทท่าน

04การให้คำปรึกษาด้านธุรกรรมข้ามประเทศ

เราให้คำปรึกษาแบบครบวงจร เกี่ยวกับธุรกรรมระหว่างประเทศที่มีความซับซ้อน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น บริษัทย่อยในประเทศไทย ตลอดจนบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในประเทศที่สาม
บริการของเราไม่ได้จำกัดเพียงการคำนวณภาษีเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการตรวจสอบความสมบูรณ์และผลใช้บังคับของสัญญา การวิเคราะห์โครงสร้างธุรกรรมจากมุมมองด้านกฎหมาย การกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) และการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบ (Compliance) ของบริษัทในเครือทั้งหมด โดยตรวจสอบโครงสร้างของธุรกรรมอย่างละเอียด เพื่อให้เป็นระบบที่สามารถรองรับการตรวจสอบภาษีและการสอบบัญชีในอนาคต

05การเตรียมความพร้อมเพื่อการตรวจสอบและการป้องกันข้อพิพาท

เราสนับสนุนการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจสอบภาษีในอนาคต การสอบถามจากหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนการตรวจสอบภายในและการตรวจสอบโดยกลุ่มบริษัท (Group Review) โดยจะช่วยเหลือในการจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องและวิเคราะห์ประเด็นสำคัญอย่างเป็นระบบ
เนื่องจากการตรวจสอบภาษีในประเทศไทยมีความเข้มงวด การรับมือกับข้อทักท้วงจากหน่วยงานภาษีจึงไม่อาจอาศัยเพียงการจัดการตัวเลขทางบัญชีหรือภาษีเท่านั้น แต่ยังต้องมีความสอดคล้องระหว่างสัญญากับเอกสารประกอบการอนุมัติซึ่งขาดไม่ได้
จากมุมมองของการป้องกันข้อพิพาทตั้งแต่ต้น เราช่วยตรวจสอบและเสริมความสมบูรณ์ของสัญญาและเอกสารหลักฐาน พร้อมเสนอแนวทางในการจัดทำระบบให้สามารถสามารถอธิบายข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีเหตุผล ชัดเจน และสอดคล้องกัน
นอกจากนี้ หากเกิดข้อพิพาทขึ้น เรายังให้การสนับสนุนอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเจรจากับหน่วยงานภาครัฐ และการยื่นอุทธรณ์ ตลอดจนการดำเนินคดีในชั้นศาล

ติดต่อสอบถาม

เจ้าหน้าของเราจะรับฟังและอย่างสุภาพ

ติดต่อจากภายในประเทศญี่ปุ่น

0120-529-006

ติดต่อจากภายในประเทศไทย

+662-254-5788

เหตุผลที่ลูกค้าเลือกเรา

ALG ไม่เพียงมีสำนักงานในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังมีเครือข่ายสำนักงานในต่างประเทศ และความร่วมมือกับพันธมิตรในหลายประเทศทั่วเอเชีย สำนักงานกฎหมาย ALG

ไม่เพียงมีสำนักงานในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังมีสำนักงานในต่างประเทศ และเครือข่ายความร่วมมือกับสำนักงานกฎหมายในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ทำให้สามารถสนับสนุนลูกค้าในประเด็นทางกฎหมายและภาษีที่มีลักษณะข้ามพรมแดนได้อย่างครบวงจร
เราสามารถให้การสนับสนุนได้ไม่เพียงแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่จะรวมถึงการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการทางภาษีของสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่นด้วย เช่น การใช้สิทธิเครดิตภาษีต่างประเทศ (Foreign Tax Credit)
นอกจากนี้ สำนักงานของเรามีทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในระบบกฎหมายไทยเป็นอย่างดี จึงสามารถให้คำแนะนำที่ครอบคลุมถึงกฎหมายฉบับใหม่ล่าสุดในประเทศไทยได้ด้วย
เราพร้อมให้การสนับสนุนด้านกฎหมาย ภาษี และกฎหมายแรงงานของไทยที่มีความซับซ้อนอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง

ภาษาญี่ปุ่น × กฎหมายแรงงานไทย

เนื่องจากประเด็นด้านภาษีในประเทศไทยจำนวนมากมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับกฎหมายแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินเดือน สวัสดิการพนักงาน หรือเงินชดเชยกรณีเลิกจ้าง การทำความเข้าใจกฎหมายแรงงานอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
สำนักงาน ALG มีทนายความที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานไทย สามารถอธิบายบทบัญญัติของกฎหมาย ประกาศ และแนวปฏิบัติล่าสุดที่จัดทำเป็นภาษาไทยให้แก่ลูกค้าชาวญี่ปุ่นเป็นภาษาญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่าย
เรายังสามารถถ่ายทอดรายละเอียดและบริบททางกฎหมายที่ซับซ้อนของประเทศไทยให้สอดคล้องกับธรรมเนียมทางธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นและระบบการกำกับดูแลของสำนักงานใหญ่ ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารให้น้อยที่สุด
นอกจากนี้ ในประเด็นที่กฎหมายและภาษีมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เช่น การปฏิบัติทางภาษีของเงินที่จ่ายจากการยุติข้อพิพาทจากการเลิกจ้าง หรือ ข้อพิพาทด้านแรงงาน เราพร้อมให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ โดยคำนึงถึงวัฒนธรรมองค์กรและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นด้วย

ประสบการณ์กว่า 16 ปีด้านภาษีและกฎหมายในประเทศไทย

ทนายความชาวญี่ปุ่นของเรา ซึ่งได้สนับสนุนบริษัทญี่ปุ่นจำนวนมากในประเทศไทย ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สะสมมาเป็นเวลา 16 ปี ถือเป็นจุดแข็งสำคัญของสำนักงาน
เราไม่ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านกฎหมายในเชิงทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังสามารถให้การสนับสนุนโดยอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับแนวปฏิบัติล่าสุดของหน่วยงานภาครัฐไทย รวมถึงประสบการณ์ในการเจรจาและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ภายใต้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจของประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สำนักงาน ALG ได้สั่งสมองค์ความรู้และประสบการณ์เชิงปฏิบัติ ตั้งแต่กรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จในอดีต ไปจนถึงการติดตามและรับมือกับการแก้ไขกฎหมายล่าสุดอย่างต่อเนื่อง
ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน เราพร้อมสนับสนุนให้ธุรกิจของท่านสามารถบริหารจัดการประเด็นด้านภาษีและกฎหมายในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบได้บ่อย

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดการตรวจสอบภาษีในประเทศไทย?

สาเหตุหลักที่ทำให้กรมสรรพากรเข้าตรวจสอบภาษี ได้แก่ การยื่นขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) การขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย การขาดทุนต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ หรือการมีอัตรากำไรต่ำแบบผิดธรรมชาติ เมื่อเทียบกับลักษณะของธุรกิจ
นอกจากนี้ การตรวจสอบยังอาจเกิดจากการสุ่มคัดเลือกของกรมสรรพากร หรือเป็นผลสืบเนื่องจากการตรวจสอบบริษัทของคู่ค้าทางธุรกิจ ซึ่งอาจขยายผลมายังบริษัทที่เกี่ยวข้องได้
เมื่อมีการตรวจสอบภาษีแล้ว โดยทั่วไปกรมสรรพากรจะไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะภาษีประเภทที่เป็นสาเหตุของการตรวจสอบเท่านั้น แต่สามารถขยายขอบเขตการตรวจสอบไปยังภาษีทุกประเภทที่เกี่ยวข้องได้
อีกทั้ง หากใบกำกับภาษี (Tax Invoice) หรือใบเสร็จรับเงินมีข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้อง สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือการยื่นแบบภาษีอาจไม่ได้รับการยอมรับ ดังนั้น การจัดให้มีระบบบัญชีที่เหมาะสม และการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบภาษี

หากพบข้อผิดพลาดในใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ควรดำเนินการอย่างไร?

แม้จะเป็นข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลให้ใบกำกับภาษีไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานทางภาษีได้อย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม โดยหลักการแล้ว ไม่สามารถแก้ไขใบกำกับภาษีที่ทีเนื้อหาที่ผิดด้วยการขีดฆ่า เขียนทับ หรือใช้ปากกาลบคำผิดได้ จึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อมูลสำคัญ เช่น จำนวนสินค้า มูลค่าสินค้า ราคา หรือยอดเงินที่เรียกเก็บ ผู้รับและผู้ออกใบกำกับภาษีควรดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยขอให้ผู้ออกเอกสารจัดทำ ใบลดหนี้ (Credit Note) หรือ ใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) ตามความเหมาะสม

การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการให้แก่ประเทศญี่ปุ่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?

โดยหลักแล้ว การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการไปยังประเทศญี่ปุ่นอาจมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% อย่างไรก็ตาม การพิจารณาภาระภาษีที่แท้จริงจำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี
ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ กรรมการมีสถานะเป็น ผู้มีถิ่นที่อยู่เพื่อวัตถุ (Tax Resident) หรือ ผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ (Non-resident) ในประเทศไทย รวมถึงหน้าที่ของกรรมการได้ปฏิบัติในประเทศญี่ปุ่นหรือประเทศไทย ตลอดจนลักษณะของรายได้ว่าควรจัดเป็น ค่าตอบแทนกรรมการ หรือ เงินเดือน ซึ่งอาจส่งผลให้หลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีแตกต่างกัน
นอกจากนี้ หากไม่สามารถนำบทบัญญัติของ อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–ญี่ปุ่น มาปรับใช้อย่างถูกต้อง ภาษีที่ถูกหักและชำระในประเทศไทยอาจไม่สามารถนำไปใช้เป็น เครดิตภาษีต่างประเทศ (Foreign Tax Credit) ในประเทศญี่ปุ่นได้ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงของการเสียภาษีซ้ำซ้อน (Double Taxation)

แม้อยู่ในช่วงได้รับยกเว้นภาษีจาก BOI ยังจำเป็นต้องยื่นแบบภาษีหรือไม่?

จำเป็น แม้ว่าบริษัทจะอยู่ในช่วงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก็ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบภาษีต่าง ๆ ตามกฎหมาย ได้แก่ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นรายเดือน รวมถึงแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งรอบครึ่งปีและรอบปี
แม้ว่าจะไม่มีภาษีที่ต้องชำระ หากละเลยการยื่นแบบหรือยื่นแบบโดยคำนวณภาษีไม่ถูกต้อง ก็อาจมีความเสี่ยงที่สิทธิประโยชน์จาก BOI ถูกเพิกถอนในภายหลังได้
นอกจากนี้ รายได้ที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี เช่น รายได้อื่นหรือรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ยังคงต้องเสียภาษีตามปกติ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแยกบัญชีและแยกผลการดำเนินงานระหว่าง กิจการ BOI และ กิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI (Non-BOI) อย่างชัดเจนและเคร่งครัด

อาเซียนและสำนักงานในต่างประเทศ

Thailand(Bangkok)

Thailand(Bangkok)

Bangkok Office

246 Times Square building,
11 Floor, Room 11-04A, Sukhumvit Rd.,
Klongtoey, Klongtoey, Bangkok 10110

Vietnam(Hanoi)

Vietnam(Hanoi)

SB Law firm, LLC

3rd floor, Kinh Do Building,
292 Tay Son, Trung Liet ward,
Dong Da district, Hanoi

India(New Delhi)

India(New Delhi)

India Law Office

D-31, South Extension - I,
New Delhi - 110049

ญี่ปุ่น

Tokyo Law Office

Tokyo Law Office
ALG & Associates LPC

28F Shinjuku Square Tower,
6-22-1 Nishi-Shinjuku, Shinjuku-ku,
Tokyo 163-1128

Sapporo Law Office

Sapporo Law Office
ALG & Associates LPC

9F First Plaza Building,
1-4-2 Kita 6-jo Nishi, Kita-ku, Sapporo,
Hokkaido 060-0806

Utsunomiya Law Office

Utsunomiya Law Office
ALG & Associates LPC

9F Utsunomiya Daido Seimei Building,
4-1-18 Odori, Utsunomiya,
Tochigi 320-0811

Saitama Law Office

Saitama Law Office
ALG & Associates LPC

13F Sino Omiya North Wing,
1-10-16 Sakuragichou,
Omiya-ku, Saitama,
Saitama 330-0854

Chiba Law Office

Chiba Law Office
ALG & Associates LPC

9F Fujimoto Dai-ichi Seimei Building,
3-3-1 Chuo, Chuo-ku,Chiba,
Chiba 260-0013

Yokohama Law Office

Yokohama Law Office
ALG & Associates LPC

6F Kinko Building,
7-3 Kinko-machi,
Kanagawa-ku, Yokohama,
Kanagawa 221-0056

Nagoya Law Office

Nagoya Law Office
ALG & Associates LPC

4F & 10F Taiju Seimei Nagoya Building,
1-4-6 Nishiki,Naka-ku, Nagoya,
Aichi 460-0003

Osaka Law Office

Osaka Law Office
ALG & Associates LPC

Mataichi Building,
3-5-13 Kyutaromachi,Chuo-ku,Osaka,
Osaka 541-0056

Kobe Law Office

Kobe Law Office
ALG & Associates LPC

5F Imon Kobe Building,
95 Edomachi,Chuo-ku,Kobe,
Hyogo 650-0033

Himeji Law Office

Himeji Law Office
ALG & Associates LPC

Room 301,
Himeji Shirasagi Building,
3-12 Higashi Nobusue,Himeji,
Hyogo 670-0965

Hiroshima Law Office

Hiroshima Law Office
ALG & Associates LPC

MetLife Hiroshima Tatemachi
Building,
2-27 Tatemachi,Naka-ku,
Hiroshima-shi,Hiroshima 730-0032

Fukuoka Law Office

Fukuoka Law Office
ALG & Associates LPC

4F Across Fukuoka,
1-1-1 Tenjin,Chuo-ku,Fukuoka,
Fukuoka 810-0001